Perfil de chutigonMagazahFotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

chutigon mekanuwong

อยากระบายไร ระบายมาเลยครับ ผมรับได้เสมอแหล่ะ
Espera...
El comentario que has escrito es demasiado largo. Acórtalo.
No has escrito nada. Vuelve a intentarlo.
No se puede agregar tu comentario en este momento. Vuelve a intentarlo más tarde.
Para agregar un comentario, necesitas permiso de tus padres. Pedir permiso
Tus padres han desactivado los comentarios.
No se puede eliminar tu comentario en este momento. Vuelve a intentarlo más tarde.
Has superado el número máximo de comentarios que se puede dejar en un día. Vuelve a intentarlo en 24 horas.
Se ha deshabilitado la capacidad de tu cuenta de dejar comentarios porque nuestros sistemas indican que podrías estar enviando correo no solicitado a otros usuarios. Si crees que tu cuenta se ha deshabilitado por error, ponte en contacto con el servicio de soporte técnico de Windows Live.
Para terminar de dejar tu comentario, realiza la siguiente comprobación de seguridad.
Los caracteres que escribas en la comprobación de seguridad deben coincidir con los de la imagen o el audio.
++JiNg++ escribió:
ไมไม่เห็นอัพสเปซเรยอ่า
งานยุ่งอ่าจิ...อิอิ
15 Oct
Worawit Pergjeenescribió:
ขายตูด ดิ ซุ่นคง ฮิๆ -_-' 
7 Ago
JewJaewescribió:
คิถุงคุนพี่จิงๆ- -*ใกล้วานเกิดเค้าแระ ใกล้สอบอีกด้วยยยยTT^TT
อย่าลืมคิดถึงพี่เค้าน้า อย่าลืมคิดถึงนู๋ด้วยเด้อออ
15 Julio
ครายก็ด้าย บอกทีต๊ะ หาตังเยอะๆ ภายใน ปีครึ่งอ่า ซะ 200,000 อ่า ทำงายได้บ้างฟะ
25 Junio
Worawit Pergjeenescribió:
แหมๆ ขำๆ อย่าคิดมาก คิดซ่ะว่าเป็นรสชาติชีวิต อิอิ
15 Junio

Cotizaciones de bolsa

Cargando...

Windows Media Player

Magazah

The power of southern Thailand
20 diciembre

กล้องใหม่??(3)

3. คาข้อมูลจากความต้องการ
หลังจากที่หาข้อมูลมาพอสมควร ผมก็ได้รุ่นของ กล้องที่ต้องการมา สามรุ่น
- D80
- K10D
- 400D
ซึ่งจากที่หามาเกือบ 10 รุ่นก็จะมีความแตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าผมจะสนใจอะไร จึงขอแบ่งการตัดสินใจ(รายวัน)ของผมออกมาตามความต้องการที่แตกต่างกันนะครับ ก่อนที่จะกรองมาเหลือ 3 รุ่น

-ราคา
โอ้วพระเจ้าพอพุดถึงราคา ก็จะกลับมาทางงบ ของเราเอง.. อ่านะ งั้น... ตั้งงบไว้ที่ สามหมื่นหล่ะกัน ชิวๆ ซากหน่อย ผลที่ได้คือ

- 350D 18,000
- 400D 20,500
- D40 16,500
- D40X 23,000
- K100D 17,990
- K10D    29,990
- E410 22,900
- E510 26,990
- D80 body 25,500
- D80 kit 33,700 (เกินมาหน่อยเดียวเอง น่าจะหาตังได้)

ข้อมูลข้างล่างนี่เกิดจากการใช้เรื่องตังเป็นข้อพิจารณาจาก Thecameracity.com

 

CANON 350D Kit + CF 2G กล้อง รุ่นขายดีที่สุดใน DIGITAL CAMERA DSLR ทั้งหมด !!
Canon 350D + Lens 18-55 mm = 18,990 บาท ** ประกันศูนย์ Canon ไทยแลนด์ ** กล้องดิจิตอล รุ่นขายดีที่สุดใน DSLR ทั้งหมด !!
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 18,990 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท
 
 

 

CANON 400D Kit + CF 1G กล้องดิจิตอล digital camera
Canon EOS 400D ประกันศูนย์ + Lens 18-55 mm + CF Kingston 1G = 25,990 บาท ** เครื่องประกันศูนย์ Canon ไทยแลนด์ ** กล้องดิจิตอล Canon รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมราคาที่ดีที่สุด สินค้าเข้ามาถึงร้านแล้ว !!
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 25,990 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท
 

 

NIKON D40X + SD 2G กล้องดิจิตอล Digital DSLR นิคอน
Nikon D40X + Nikon 18-55 f3.5-5.6G AF-S DX = 24800 B ** ประกันศูนย์ Niks ไทยแลนด์ ** กล้องดิจิตอล DSLR รุ่นล่าสุดจาก Nikon !!
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 24,800 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท
 
 

 

NIKON D80 กล้องถ่ายรูป ดิจิตอล DSLR Digital camera
NIKON D80 ( Body อย่างเดียว ) = 28500 บาท ** ประกันศูนย์ Niks ไทยแลนด์ ** กล้องถ่ายรูป ดิจิตอล DSLR รุ่นล่าสุด สินค้าล๊อตใหม่เข้าร้านแล้ว !!
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 27,900 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท
 

 

Olympus E410 kit + CF card 2G กล้องดิจิตอล โอลิมปัส รุ่นมี Live view
Olympus E410 + CF Card 2G + Lens 14-42 mm = 23,990 B ** ประกันศูนย์ **
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 22,990 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท
 
 

 

Olympus E510 kit กล้องดิจิตอล Olympus DSLR Digital Camera รุ่นล่าสุด
Olympus E510 kit + Lens 14-42 mm = 26,990 B ** ประกันศูนย์ **
ราคาเครื่องประกันร้าน - บาท
ราคาเครื่องประกันศูนย์ 26,990 บาท
ราคามาตรฐานศูนย์ฯ บาท

คราวนี้ก็มาถึงเวลาตัด...
- 350D
ข้อดี โอ้ววว จะตัดดีไหม มันดีทั้งน้านนน เลย เทคโนโลยีก็สู้ 400
D ได้ เงินที่เหลือก็เอาไปซื้อเลนส์แทน ได้เลย แต่...
ข้อเสีย ตัวเล็ก นิ้วก้อยผมโผล่... มะชอบรูปของ หนอน... เซงๆๆ อยากได้ถ้าคอนเทส มันมากกว่านี่ซักหน่อย
- 400
D
ข้อดี โอ้วว ราคาดีมากๆๆ เพื่อนใช้กันหลายคน ขอเปลี่ยนไรก็สบาย พูดถึงเทคโนโลยี ใหม่แล้ว เมื่อเที่ยบกะ 350
D เค้าว่ากันว่า คุ้มกว่า ตัวเล็กไปหรอ.. ก็ติดกริ๊ป สิ เอ้อ.. น่าสนๆ
ข้อเสีย คล้ายข้อเสียของ 350
D แหล่ะ และเรื่องสีของรูป เลยมีปัญหามากกก
ดูรูปได้ที่ ตัวอย่าง
400D

นี่คือรูปของรุ่นน้องที่บ. คงไม่ค่อยได้ดึงรูปมากเท่าไหร่ เท่าที่ดูภาพ แล้ว... มันจืดๆ ไปนิสสสสสส!! อ่า เห็นแล้วไม่ได้ใจเลยสำหรับคนที่เคยใช้ Fuji มาก่อน
The image “http://images.neoramza.multiply.com/image/8/photos/5/500x500/2/Ruk-Jun_01.jpg?et=gu%2BXEZb6oXvQjOHAeQ%2CPOg&nmid=72874321” cannot be displayed, because it contains errors.
จาก neoramza.multiply.com

-D40 and D40X
ข้อดี โย่วๆๆ สีจัดได้ใจ ราคาโดนใจ เทคโนโลยี ก็ได้ใจ
ของพี่
prakitty เค้าเพิ่งซื้อ มาด้วย รูปก็สวยได้ใจ (ขอบคุณครับพี่)

prakitty


ข้อเสีย มอเตอร์.........ไม่มี ต้องอยู่ที่เลนส์ และคนส่วนใหญ่แนะนำ
D80
ชอบที่สุดก็รูปของเพื่อนบอลของเรา คุณ กิบิ
gibizukeGibizuke
.

- K100D
ข้อดี สีงาม กล้องดี แต่ค่ายไม่ค่อยนิยม แต่นั่นแหล่ะที่ชอบเค้าไม่ค่อยนิยม เดินแล้วเท่ดี 55+
ข้อเสีย เก็บตังอีกนิส เอา
K10D ดีกว่าไหม

-K10D
ข้อดี
-กันสั่นที่กล้อง ไม่ต้องกังวล เรื่องเลนส์กันสั่นทันที
- ราคาไม่แพงมาก แต่คุณภาพเห็น
dpreview เอาไปเทียบกับ 40D และ D80 (คือไม่เทียบ กะ 400D)
-
สีโดนใจ (ไม่จืดเหมือนหนอน)
- รุ่นนี้ กำลังดัง ในต่างประเทศ
- วัสดุแข๊งแรง
ข้อเสีย
- เลนส์ยี่ห้อนี้หายาก (แต่ก็เจอหลายร้านแล้ว)
- เลนส์น่าจะแพง (แต่ก็ไม่ได้ซื้อทุกวัน หลังอาหารหนิ)
- ราคาแพงกว่า 400
D (แต่คุณภาพ เกินมันมากหนิ)
-
Jpeg เห็นว่า แย่กว่า 40D และ D80 ( ก็ราคามันต่ำกว่าหนิ ไงๆ รูปก็ดีกว่า 400D)
- ไม่ค่อยนิยมในไทย (อย่างน้อย I ever walk alone มันก็คือ สโลแกนของผม )
- ประกันศูนย์มัน อาจจะ ราคาเท่าๆกับ ประกันร้านของ
D80
**น่าสนใจมากๆ

-E410 and E510
ข้อเสีย ไม่มีข้อมูลมาก และคนไม่เชียร์ เลย มักเจอเวปที่เทียบๆ แล้วสุดท้ายก็ไม่กล่าวถึงมันเลย
ข้อดี ราคาน่าสนใจมั๊กๆ

-D80
ข้อดี
-สีโดนใจ
-ใหญ่พอดีมือ
-ยี่ห้อที่รัก
-เพื่อน บอลแนะนำ
-ได้ใช้ สโลแกน
I ever walk alone ได้ (เด่นดี) ใช้แล้วหล่อขึ้น ไม่ต้องทาแป้ง
-ราคาพอเอื้อมถึงแต่ว่า นานหน่อย
-เป็นที่นิยม(อันดับสอง)ในไทย
-เลนคิท มันสุดตีน (พูดแค่นี้พอ)

ข้อเสีย
-เงินยังไม่ถึง ต้องรออีก สองสามเดือน
-เพื่อนในบ. ใช่แต่
cannon
-เห็นเค้าว่า เลนส์ มันแพงกว่า
cannon
-ของน่าจะหาลำบากกว่า cannon
- ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องราคา ทั้งตอนซื้อ และการ เมนเทน
***น่าสนใจเป็นที่สุด

สุดท้ายแล้วเลยตัด
- 350
D เพราะว่า 400D น่าจะคุ้มกว่า
-
D40 and D40x เพราะว่า ตัวเล็ก กลัวปัญหาเรื่องการหาเลนส์
-
K100D เพราะว่า pixel น้อยเกิน K10D คุ้มกว่าเยอะ
-
E410 and E510 เพราะว่า ไม่ค่อยมีจุดเด่น

ปล.ความคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัว อาจมีความผิดพลาด ด้านข้อมูล อะไรที่ผิดคุณๆช่วนกันแก้ก็จะยิ่งดี... ขอบคุณครับ

09 diciembre

กล้องใหม่??(2)

2. เริ่มหาข้อมูลกล้องใหม่
ตั้งแต่อ้ายอู๋น้องในโปรเจกมัน คิดจะซื้อกล้องตัวใหม่ 400D เลือดนักถ่ายรูปเริ่ม เดือดและต้องการกล้องใหม่ซะแล้วเอาหล่ะหว่า

งะราคามันน่าเจี๊ยะมาก แต่.. ยังไม่ถึงเวลาที่ผมต้องซื้อเพราะ
1. ซื้ออะไรหล่ะ
2. ซื้ออะไรก็ได้ที่ราคาถูกเหรอ
3. ซื้อไปถ่ายอะไรหล่ะ
4. ยี่ห้ออะไร
5. ราคาเท่าไหร่
6. เลนส์ อะไรบ้าง
7. ซื้อเครื่องหิ้วหรือ ศูนย์

ยังไม่รู้ซักอย่าง งั้น!! จงหาข้อมูลเพิ่มกว่านี้แล้วววววว

ตอนนี้กล้องหลายตัวชักลดราคามา อ่ะจะบรรยายที่หาราคามาได้นะครับ
อันแรกเรื่องราคา อ้ายที่น่าสนหน่ะ ก็หนอนแหล่ะ ราคามันต่ำมากๆ น่าสนที่ซูดดด
 

Canon EOS 400D / Digital Rebel XTi: click for specifications  Canon EOS 350D / Digital Rebel XT: click for specifications
350D อยู่ที่ 17000 - 19900
400D อยู่ที่ 18000 - 25000 (บอดี้)
400D อยู่ที่ 20900 - 29000 + เลนส์

อ้าย 400D อู๋มันซื้อของศูนย์ไป 26000 โหหห ไมมันราคาสูงจังฟะ เพราะเท่าที่หาหน่ะ

ร้าน zoom camera(22,500)

http://www.zoomcamera.net/index.php?lay=show&ac=cat_showcat&l=2&cid=3447&viewtype=2&sorttype=b.p_code%3Aasc

Item ID

Product Name

Price

CA-CA-350D-Kit

Canon EOS 350D Kit (18-55mm) กล้องดิจิตอล SLR รุ่นประหยัด

19,900.00

CA-CA-400D-B

Canon EOS 400D (Kiss X) Body

19,990.00

CA-CA-400D-Kit

Canon EOS 400D (Kiss X) Kit(18-55) แถมฟรี 2GB กล้องดิจิตอล รุ่นสุดฮิต

22,500.00

CA-CA-400D-Kit2

Canon EOS 400D(Kiss X) Dual Lens Kit (18-55,55-200) ฟรี 2GB กล้องดิจิตอล ชุดสุดคุ้ม

27,500.00


ร้าน Pix-one(20,900)

http://www.pix-one.com/product.asp

รุ่น

Option

Price

EOS 400D KIT

EF-S 18 - 55 II USM

20,900

EOS 400D Body 

-

18,900

EOS 400D KIT

EF-S 17 - 85 IS USM

34,900

08 diciembre

กล้องใหม่??(1)

ตอนนี้คิดจะซื้อกล้องครับหาข้อมูลอยู่มากมาย และเนื่องจากหา้ข้อมูลมาเยอะ และไม่คิดว่าข้อมูลที่ได้จะถูกทั้งหมดจึงอยากให้คนผ่านไปผ่านมา เห็นว่าเข้าใจผิดไม่เข้าท่าหรือไร จะได้ช่วยผมได้เข้าใจอะไรอะไรได้ถูกต้องยิ่งขึ้น..^ ^

อ่ามาเริ่มกันเลย

1. ความเดิม คือ นานมาแล้วราวสองปีกว่าๆ ได้ ผมได้ ย้ายถิ่นครั้งใหญ่มายังใจกลางของประเทศไทย คือกรุงเทพหน่ะแหล่ะ ได้เจออะไรใหม่ๆมากมาย จนทำให้รู้ว่า โลกเราสวยกว่าที่เราๆ พูดกัน และยังมีอีกหลายอย่างที่ ผมไม่เคยเห็น และอีกหลายๆอย่างที่หลายๆคนไม่มีทางได้เห็น แต่ผมเห็นมัน ถ้าจะให้เล่าใครๆ ถึงสิ่งที่ผมพบผมเจอ มันคงไม่ดีเท่ากับการ บันทึกมันไว้... ในกล้องคู่ใจซักอัน

ว่าแล้วจึงมีแพลนซื้อกล้องตัวนึงมาไว้ประดับกาย และด้วยการศึกษา เป็นเวลานาน พอสมควรจากคนที่ไม่มีความรู้ด้านกล้อง ดิจิตอล ยันการถ่ายรูป ก็ได้เห็นผลถูกใจจากกล้อง s5600 ซึ่งเป็นกล้องคอมเพค โปรซูเมอร์ขนาดเล็ก ที่คุณสมบัติครบครัน ราคาก้โอ (15000) ก็เลยถอยมันมา

เนื่องการคุณสมบัติที่มามาย ปรับอะไรได้เยอะ ทำให้ระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ผมได้กดรูปไปมากมาย หลายโหมดหลาย เทคนิค จนตอนนี้... ชักรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว ชักไม่พอ หลายๆอย่างที่รุ่นไม่มี ทำให้ผมไม่สามารถ ทำในสิ่งที่ผมต้องการได้ ยั๋ง หลังเบลอ รูปชักไม่คม ยั๋งต้องการ วิวไม่ไวด์พอ ปรับแมนนวลโฟกัส ไม่ได้ดังใจ ชักอึดอัด... ในหลายๆครั้งที่พามันไป ต้องรู้สึกไม่พอใจกะการกดรูปไปหลายๆรอบ แล้วมันยังไม่ได้ยั๋งต้องการ... เรามันไม่มักมากป่าวเนี๊ยะ

Fujifilm FinePix S5200 Zoom digital camera specifications

        Fujifilm FinePix S5200 Zoom
 Image      Fujifilm FinePix S5200 Zoom
 More information
Announced 28-Jul-05
All Fujifilm products
 Discussion
Fujifilm Talk Forum
Find related discussion
 Owners opinions
(Overall rating: 4.41147540983606)(Overall rating: 4.41147540983606)(Overall rating: 4.41147540983606)(Overall rating: 4.41147540983606)(Overall rating: 4.41147540983606)(Overall rating: 4.41147540983606)

Read owners opinions (61)
Post / Edit your opinion
 Support this site by
 purchasing from our
 affiliate merchants
 Format      SLR-like
 Price (street)     
 
 Also known as      Fujifilm Finepix S5600
 Release Status       
Click for help Max resolution      2592 x 1944
Click for help Low resolution      2048 x 1536, 1600 x 1200, 640 x 480
Click for help Image ratio w:h      4:3, 3:2
Click for help Effective pixels      5.0 million
Click for help Sensor photo detectors      5.2 million
Click for help Sensor size      1/2.5 "
Click for help Sensor type      CCD
Click for help Colour filter array      RGB
Click for help Sensor manufacturer      Fujifilm SuperCCD HR
Click for help ISO rating      Auto, 64, 100, 200, 400, 800, 1600
Click for help Zoom wide (W)      38 mm
Click for help Zoom tele (T)      380 mm (10 x)
Click for help Digital zoom      Yes
Click for help Image stabilization      No
Click for help Auto Focus      Yes
Click for help Manual Focus      Yes
Click for help Auto focus type      Unknown
Click for help Normal focus range      90 cm
Click for help Macro focus range      1 cm
Click for help White balance override      7 positions plus manual
Click for help Aperture range      F3.2 - F8
Click for help Min shutter      15 sec
Click for help Max shutter      1/2000 sec
 Built-in Flash      Yes, pop-up
 Flash guide no.      4.0 m (13.1 ft) 0 m
 External flash      No
 Flash modes      Auto, On, Red-eye reduction, Slow, Off
Click for help Exposure compensation      -2.0 to +2.0 EV in 0.3 EV steps
Click for help Metering      64 segment, CW-average, Spot
Click for help Aperture priority      Yes
Click for help Shutter priority      Yes
Click for help Focal length multiplier       
 Lens thread      Yes
Click for help Continuous Drive      Yes
 Movie Clips      Yes, 640 x 480, 320 x 240, 30 fps with audio
 Remote control      No
 Self-timer      2 or 10 sec
Click for help Timelapse recording      No
 Orientation sensor      No
Click for help Storage types      xD Picture Card
Click for help Storage included      16 MB xD Picture Card
Click for help Uncompressed format      RAW
Click for help Compressed format      JPEG (EXIF 2.2)
Click for help Quality Levels      Normal, Fine
Click for help Viewfinder      Electronic
Click for help LCD      1.8 "
Click for help LCD Pixels      115,000
Click for help Video out      Yes
Click for help USB      Yes
Click for help Firewire (IEEE 1394)      No
Click for help Battery / Charger      No
Click for help Battery      AA (4) batteries (NiMH recommended)
 Weight (inc. batteries)      470 g (16.6 oz)
 Dimensions      114 x 85 x 112 mm (4.5 x 3.3 x 4.4 in)
 Notes       

อายุ    2 ปี
ราคาตอนซื้อ     15000 (ตอนนี้ซัก 8600)
ถ่ายรูปมาแล้ว ประมาณ 2500-3000 กว่าๆๆ ภาพแล้วมั้ง ไม่เคยนับ
ที่ดังๆที่พามันไป    ทีรอซู เชียงใหม่ สะเม็ด  ลันตา พีพี สะมิหลา
ตัวอย่างรูป ... ก็ดูเอาเองหล่ะกันใน igitaga.multiply.com
รูปที่ถนัดคือ รูปคนทั่วๆไป รูกที่ไม่เห้นองค์ประกอบชัด รูปที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วก็รูปรอยยิ้มของผู้คน

 

Special thanks
- http://www.dpreview.com/reviews/specs/Fujifilm/fuji_finepixs5200z.asp

26 octubre

เขาว่ากันว่า "โลกกลม" ตอนที่ 6

 

ในดินแดนทะเลทรายอันห่างไกลของโมร็อกโค กระสุนปืนไรเฟิลหนึ่งนัดดังขึ้น ก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นลูกโซ่ เชื่อมโยงเรื่องราวการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดของคู่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน เด็กชายชาวโมร็อกโคสองคน พี่เลี้ยงเด็กที่ข้ามชายแดนเข้าสู่เม็กซิโกอย่างผิดกฎหมายพร้อมเด็กชาวอเมริกันสองคน  และวัยรุ่นหัวรั้นชาวญี่ปุ่นที่เป็นใบ้ ซึ่งตำรวจในโตเกียวกำลังตามหาตัวพ่อของเธออยู่
แม้จะแยกห่างจากกันอันเนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันและระยะห่างของตำแหน่งที่อยู่ แต่คนทั้งสี่กลุ่มกลับเกี่ยวโยงมาด้วยกัน เมื่อพวกเขาถูกผลักดันให้ก้าวเดินไปสู่สุดเส้นทางของความสับสนและความหวาดกลัว รวมไปถึงสู่ความลึกซึ้งของความผูกพันและความรัก

http://www.hhcc.com/wp-content/uploads/2007/03/babel-poster.jpg

Babel ภาพยนตร์น่าจับตามอง

อาจเป็นเรื่องไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจ) แต่หนังสามเรื่องของผู้กำกับที่น่าจับตามากที่สุดคนหนึ่งของเม็กซิโกอย่าง อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาร์ริทูร์ เดินทางมาถึงบ้านเราด้วยระยะห่างที่แทบจะใกล้เคียงกัน นั่นคือ amores perros ในปี 2000, กับ 21 grams ในปี 2003 และมาถึง babel เรื่องนี้ในปี 2007

16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 10:00:00

เขียนโดย นันทขว้าง สิรสุนทร giengi@yahoo.com

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ที่ตรงกันอย่างไม่ตั้งใจอีก ก็คือหนังเหล่านี้ ฉายในเดือนแห่งความรักถึง 2 ใน 3 เรื่อง รายละเอียดเหล่านี้ไม่มีความสลักสำคัญอะไรกับหนัง (เว้นเสียแต่ว่าเราจะคิดสนุกแบบเย้ยหยัน เหน็บตัวเองว่า มันคือเรื่องราวที่ควรจะหันมามองความรักอย่างจริงๆ จังๆ ในโลกใบนี้)

แต่ที่ตั้งใจแน่นอน ก็คือ type หรือกรอบเฉพาะของเนื้อหาที่เจตนาผูกเรื่องจากหลายๆ ทาง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบรุนแรง และทำให้ชีวิตอื่นๆ พลอยได้รับแรงกระแทกและผลพวงตามติดไปด้วย

ไม่ว่าจะเป็นสามเรื่องราวในหนัง ที่มีทั้งโศกนาฏกรรมแข่งกัดหมา, ผู้หญิงที่เสียขาและไอ้หนุ่มมุทะลุใน amores perros, ภรรยา (คริสติน่า) ที่สูญเสียสามีในอุบัติเหตุรถยนต์ และชายหนุ่ม (พอล) ที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ รวมไปถึงแจ๊ค ผู้คลั่งไคล้ศาสนา ล่วงมาถึง babel โครงสร้างนี้ยังคงอยู่ แต่ขยายวงออกไปสู่ผลกระทบระดับทวีปมากขึ้น

มีทั้งเด็กสองคนในโมร็อกโกที่แสดงความคะนองเกี่ยวกับการยิงปืนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ, พี่เลี้ยงสาวที่พาเด็กข้ามเขตแดนและเกิดเรื่องเศร้า, เด็กสาวหน้าตาดีที่เป็นใบ้แต่สูญเสียแม่ และกับพ่อของเธอ ก็ดูจะเคว้งคว้าง อ้างว้างกันทั้งคู่ บางคนมองว่า อินาร์ริทูร์ นั้นใช้ ‘สูตรเก่าหากิน’ ด้วยการเล่าเรื่อง 3-4 เนื้อหาที่มา ‘แตะกัน’ และเชื่อมโยงกัน ผมกลับไม่คิดว่ามันคือเรื่องเสียหาย

เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ หนังจะจับเอาอะไรมาพูด และพูดอย่างไร กลมกลืนและสมดุลกันแค่ไหน จริงๆ แล้ว หนังแบบ กอนซาเลซ อินาร์ริทูร์ นั้น รายละเอียดสำคัญและน่าสนใจกว่าโครงสร้างหรือทิศทางการเล่าเรื่องซึ่งมีแบบของมันอยู่

รายละเอียดเช่นว่า โปสเตอร์หลักของหนังทุกเรื่องที่ใช้ ก็มักจะมีความคล้ายกัน ด้วยการใช้ภาพของตัวละคร มาตัดซอยแบ่งช่องเล็กๆ แคบๆ 3-4 ช่อง หรือให้เห็นหน้าของตัวละครในลักษณะกดทับ ‘สาร’ ที่หนังต้องการจะสื่อกับเราผ่านภาพโปสเตอร์เหล่านี้ก็คือ นี่ไม่ใช่เรื่องชวนรื่นรมย์หรือดูแล้วสนุกสนาน

แต่การกดทับที่รู้สึกจากโปสเตอร์นั้น คือเนื้อหาที่จริงจัง ชักชวนให้เรารู้สึกถึงปัญหา (ภาพแบบนี้ถูกใช้บอกความหมายทางอ้อมอยู่บ่อยๆ อีกเรื่องที่ทำได้ดีก็คือ the hours ที่มีหญิงสาวสามคนมายืน ‘เบียดๆ’ กัน อันแสดงถึงความอึดอัดจาก ‘พื้นที่’ ในโลกของเพศหญิง)

ประเด็นหนึ่งที่เมื่อพล็อตของ babel ขยายวงไปในระดับของทวีป (เรื่องราวที่นำเสนอ) นั้น แนวคิดของหนังก็ได้รับการขยับขยายไปสู่แง่มุมอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วย เพราะขณะที่ amores perros กับ 21 grams โฟกัสเรื่องที่เอามาเล่าอยู่ในพื้นที่หนึ่ง

งานชิ้นใหม่เรื่องนี้ ส่งผลกระทบรุนแรงอันไม่ต่างจากการเดินทางของ “กระสุนปืน” ที่คนขายคุยว่ามันเดินทางไปได้ไกลถึงสามกิโล ! ยังไม่นับว่า ‘เสียงของปืน’ ก็คือสารที่ถูกสื่อทางอ้อม เพราะเสียงของปืนไม่เคยเป็นเสียงที่น่าฟัง (เหมือนเสียงดนตรี, เสียงใบไม้ไหว, เสียงสายลมพัด ฯลฯ) และทันทีที่กระสุนนัดนั้นถูกลั่นออกไป เนื้อหาทั้งหมดก็มาเกี่ยวข้องกัน โดยพยายามให้คนดูอยู่ในสถานะของ 'บุคคลที่สาม' ในฐานะผู้มองเห็นเรื่องราว

ธีมหนึ่งของ babel ที่ส่งเสียงอันดัง (ไม่แพ้กระสุนปืน) ก็คือ ปัญหาของ communication หรือ ‘การสื่อสารที่ล้มเหลว’ มีรายละเอียดที่ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าเป็นคู่ขนานกันอย่างชัดเจน

อาทิเช่น หญิงสาวเป็นใบ้ (ไม่มีเสียง) กับคนปกติ (พูดได้), คนตะวันตก (อเมริกัน) กับคนตะวันออก (เอเชีย), โลกที่พัฒนาแล้ว (เช่น อเมริกัน ผ่านตึกสูงระฟ้า เทคโนโลยีทันสมัย) กับประเทศที่ด้อยพัฒนา (โมร็อกโก) ฯลฯ

การไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน หรือความไม่เข้าใจกันระหว่างการสื่อ ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งเกือบเสียอนาคตและชีวิตของเธอ ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องตายลง และทำให้ภรรยาของสามีและแม่ของลูกสองคน เกือบจากโลกนี้ไป ผมรู้สึกว่าบทของหนัง มีความคมคายในส่วนนี้

กล่าวคือ นอกจากจะแตะเรื่องการสื่อสารของคนที่ล้มเหลวในระดับวงกว้างแล้ว สิ่งที่แตกยิบย่อยติดตามมาก็คือ อาการหลงทางหรือ lost ของพวกเรานั่นเอง ทุกคนต่างหลงทางในเส้นที่จะต้องเดิน เด็กสาว, นักล่าสัตว์, คนไร้บ้าน และผู้อพยพ รวมไปถึงตัวละครในมิติต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในหนัง

มีอยู่ 2-3 ฉากที่อธิบายอย่างชัดเจนว่า ตัวละครล้มเหลวด้านการสื่อสาร อาทิเช่น ตอนที่ ริชาร์ด(แบรด พิทท์) คุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ภาพของความสับสนมึนงงของเขา เหมือนใครสักคนที่หลงทางตกอยู่ใน ‘พื้นที่’ ที่เขาไม่รู้จัก ทั้งภาษา, วัฒนธรรมและความเข้าใจต่อกัน

ประเด็นนั้นไม่ใช่ภาษา ที่เป็นพาหนะของการสื่อสาร แต่กลับเป็นการไม่ยอมฟังความของกันและกัน Babel จะบอกหรือว่า สหรัฐอเมริกากำลังเป็นแบบนั้นสำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนาหรืออิรัก หรือ babel จะพูดหรือว่า อเมริกันเองก็ไม่ต่างอะไร ‘คนป่ามีปืน’ ตามแบบฉบับของเฮนรี เดวิด ออโธ ที่มองว่า ปืนที่อันตรายที่สุดก็คือไปตกอยู่ในมือของคนที่ใช้ไม่เป็น (ผ่านเด็กคึกคะนองสองคน)

ผมสนุกกับการดูหนังซึ่งจริงจังเกี่ยวกับความคิดอะไรแบบนี้ แต่เมื่อถอยออกมาพิจารณาทีละส่วน กลับพบว่า เมื่อเทียบเคียงกับ amores perros ที่สร้างพลังรุนแรงต่อคนดู และ 21 grams ที่เล่นเรื่องน้ำหนักของหลายสิ่งหลายอย่าง (น้ำหนักของวิญญาณ, นกฮัมมิงเบิร์ด, ช็อกโกแลต) แล้ว ข้อด้อยของหนังที่มาปรากฏในช่วงท้ายของเรื่องก็คือ ความไม่ลงตัวของบทหนัง ซึ่งออกไปทางฟูมฟายอยู่บ้าง

ยืดเยื้อจนพล็อตเดินอย่างเชื่องช้าจนเกือบหมดแรง Babel จึงขาดความหนักแน่น กระชับ และความคมคายในการแตะสัมผัสในเรื่อง 4 เรื่อง ที่ส่งผลต่อกันและกัน อย่างไรก็ตาม,

นี่คือหนังที่น่าดูเรื่องหนึ่งเท่าที่มีอยู่ในโปรแกรมตอนนี้ มีข้อด้อยแต่ไม่ใช่หนังที่ไม่น่าสนใจหรือเลวร้าย ถามว่าถ้าไม่ดูเรื่องนี้ มีเรื่องไหนที่ไม่ควรพลาด อีกสองเรื่องอยากแนะนำคือ volver (เป็นภาษาสเปนคือ return) กับที่ได้ข่าวว่าโดนแบนไปแล้วก็คือ little children little children มีลักษณะการเล่าเรื่องที่เหมือนกำลังอ่านวรรณกรรม

กล่าวคือ มีท่วงทำนองของเรื่องที่กำลังเล่า และมีความงดงามในด้านภาษาคลอเคลียอยู่ โครงสร้างของ little children นั้น ส่งผลกระทบกันและกันเหมือน babel แต่โฟกัสไปที่ชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีอะไรให้น่าสนใจมากนัก

ตัวหนังเองจะว่าไปก็มีลักษณะจงใจในตอนท้ายอยู่สูง จงใจที่ว่านี้คือเจตนาเลือกที่จะให้ข้อสรุปของหนังนั้น จบลงอย่างมีความหวังต่อกัน (ซึ่งก็ดีแล้ว) แนวทางและอารมณ์นั้น little children มีความละม้ายกับ American beauty อยู่มาก ทั้งการเสนอประเด็นในมิติต่างๆ และการเลือกที่จะนำพาตัวละครให้เกิดความเข้าใจถึงขั้นสว่างไสวทางปัญญา (enlightenment)

ท่านใดชมเรื่องนี้ลอง ‘สนุกคิด’ ในรายละเอียดเหล่านี้ดูนะครับ คิดได้แล้วลองบอกๆ กันบ้าง รายละเอียดที่น่าสนุกคิดและผมสนุกสนานนึกไปเรียบร้อยแล้ว ก็คือ

1.ทำไมใน little children เขาต้องอ้างถึงวรรณกรรม มาดามโบวารี (ของกุสตาฟ โฟลแบรต์) ?
2.ทำไมลูกสาวของ เคท วินสเลท ถึงชื่อ ‘ลูซี่’ ?
3.ทำไมหนังถึงมีชื่อว่า little children (ข้อนี้ง่ายมากครับ ถ้าค่อยๆ ลองคิดดู)
4.ทำไมเรื่องราวถึงเริ่มต้นที่ ‘สวนสนุก’ ไม่เริ่มที่โรงแรม ลานจอดรถ หรือร้านอาหาร ?
และ 5..ใครเป็นเด็กไม่ยอมโต ระหว่าง ลูซี่, ซาร่าห์ และคนโรคจิต
ทั้ง 5 ข้อนี้ ถ้าดูด้วยมุมมองแบบดู babel แล้ว เราอาจพบคำตอบที่ไม่ยากเลย

ที่มา >> http://www.actingcenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=391438&Ntype=1

เขาว่ากันว่า "โลกกลม" ตอนที่ 5

Six Degrees of Kevin Bacon

Here’s how we do it:

  • Kevin Kline appears with Meg Ryan in French Kiss (1995), a romantic comedy. That’s movie link #1.
  • Meg Ryan appears with Tom Hanks in Sleepless in Seattle (1993), another romantic comedy. That’s movie link #2.
  • Tom Hanks appears with Kevin Bacon in Apollo 13 (1995), a space adventure based on a true story. That’s movie link #3.

FROM << http://www.thomaspmbarnett.com/projects/newrulesset/FDIreport7.htm

Six Degrees of IU

You know the motto of the Indiana University Alumni Association is “Connecting alumni. Serving IU.” And you know the IUAA connects our alumni through our online directory, class notes, reunions, and other events. But it turns out some of our alumni and faculty are better connected than we thought. Based on the Gen-X party pastime “Six Degrees of Kevin Bacon,” this game is easy. Beginning on the left, connect each person to the person on the right via movies, TV, or personal relationships. In every case, six steps will take you to the most connected man in the universe, Kevin Bacon. We’ve given you hints. Can you figure out the connections? Check your answers at the bottom of this page.

SidebarThe image “http://alumni.indiana.edu/about/fun/images/IU-Bacon-chart_full.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

“Six Degrees of IU” was compiled by Amanda Zuicens-Williams, BA’01, who is the distant cousin of June Carter Cash. Cash was in The Apostle (1997) with Robert Duvall, who was in Secondhand Lions (2003) with Haley Joel Osment, who was in Mixed Nuts (1994) with Steve Martin, who was in Novocaine (2001) with — you guessed it — Kevin Bacon.

FROM << http://alumni.indiana.edu/about/fun/kbacon.shtml

10 septiembre

เขาว่ากันว่า "โลกกลม" ตอนที่ 4

หน้าที่ 2 - ทฤษฎี "อยู่ห่างแค่ไหน ก็ไม่ไกลเกิน 6 ช่วง" ที่มา จาก วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)

update ครั้งสุดท้ายเมื่อ 07:00 วันที่ 1 มกราคม 2513

ทฤษฎี ‘อยู่ห่างแค่ไหน ก็ไม่ไกลเกิน 6 ช่วง’ นี้ ถูกขยายผลโดยการนำไปทำเป็นละครบรอดเวย์และภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน แถมยังถูกดัดแปลงไปเป็นเกมที่เรียกว่า Six Degrees of Kevin Bacon ที่คุณพาธา อินทรธรรม เจ้าของคอลัมน์ Bite Me! ในนิตยสาร IMAGE ได้กรุณาขยายความให้ฟังว่า “อย่างที่เขาบอกว่า เควิน เบคอน เป็นศูนย์กลางฮอลลีวู้ด ใช่มั้ยล่ะ เพราะสมมุติว่าจะโยงดาราคนหนึ่งเข้ากับอีกคนหนึ่ง ก็จะต้องผ่านพ่อเควินเสมอ เช่น จะโยง จูเลีย โรเบิร์ตส เข้ากับทอม ครูซ ก็ต้องบอกว่า จูเลียเคยเล่นหนังกับเควินเรื่อง Flatliners แล้วเควินเคยเล่นหนังกับ เควิน (คอสต์เนอร์) เรื่อง JFK เรื่อง JFK ผู้กำกับคือ โอลิเวอร์สโตน แล้วโอลิเวอร์เคยกำกับทอม ครูซ ใน Born on the Fourth of July เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่า ... โยงได้แค่ 4 ทอดเท่านั้น” (แฟน ๆ คุณพาธา อย่าแอบไปบอกแกเชียวนะครับ ผมกลัวโดนกัดจน ‘เหวอะ!’ เพราะยังไม่อยากติดเชื้อ ‘อัจฉริยะ + สัพพัญญู’ !)


ที่น่าสนใจคือ มีคนนำข้อมูลจริง ๆ เกี่ยวกับดาราราว 100,000 คน ที่เกี่ยวข้องกับเควิน เบคอน ทั้งที่มีชีวิตอยู่และชีวิตหาไม่ไปแล้ว พบว่าระยะห่างจากดาราทั้ง 100,000 คน กับพ่อเบคอนนี่ มีค่าเฉลี่ยออกมาแค่ 2.918 เท่านั้น! (น่าสงสัยอีกแล้ว)

เรื่องนี้ถูกทิ้งไว้เป็นปริศนาลึกลับในวงวิชาการมานาน จนถึงยุคเทคโนโลยีสารสนเทศครองโลก นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียนำโดย ดันแคน วัตต์ส (Duncan Watts) ก็หยิบปริศนาโลกใบเล็กขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง คราวนี้จะทดสอบกันทั่วโลกบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้อีเมล์ วิธีการโดยย่อคือ ขอให้ผู้ร่วมการทดลองกว่า 50,000 คน จาก 171 ประเทศทั่วโลก ส่งอีเมล์ไปยังเป้าหมายหนึ่งคน จากตัวเลือกทั้งหมด 18 คน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะทำการตรวจติดตามการเดินทางของอีเมล์ที่ส่งออกไปทุกฉบับว่า ไปถึงไหนและผ่านไปกี่มือแล้ว (ใครสนใจอยากร่วมสนุก ลองเข้าไปที่เว็บเพจที่ให้ไว้ท้ายบทความได้ครับ)

นักวิชาการที่สนใจขุดเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่บอกว่า ปรากฏการณ์นี้สำคัญ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งในธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ตั้งแต่การทำงานของสมองซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายของเซลล์ประสาทจำนวนมาก การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งมีคนใช้งานมหาศาล ระบบเศรษฐกิจอันซับซ้อนที่มีผู้คนและองค์กรต่าง ๆ เกี่ยวข้องมากมาย รวมทั้งการแพร่ของข่าวลือ และการแพร่ระบาดของโรค อีกด้วย!

แต่ใช่ว่านักวิชาการจะเห็นด้วยกับแนวคิด Six Degrees of Separation หรือ ‘อยู่ห่างแค่ไหนก็ไม่ไกลเกิน 6’ ไปเสียทั้งหมด อย่าง จูดี ไคล์นเฟลด์ (Judith Kleinfeld) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอลาสก้าในแฟร์แบงค์ส (University of Alaska in Fairbanks) ได้ลองไปสืบค้นงานวิจัยของมิลแกรม และพบหลักฐานบางอย่างที่ทำให้ข้องใจ เช่น จากจดหมายราว 300 ฉบับที่ส่งออกไปนั้น มีแค่ 29% ที่ไปถึงมือผู้รับเป้าหมาย และค่าเฉลี่ยที่อ้างว่าเท่ากับ 6 นี้ ก็คิดมาจากจดหมายที่ส่งแล้วถึงที่หมายเท่านั้น ไม่ได้คิดจากจดหมายเริ่มต้นทั้งหมด เป็นต้น ไคล์นเฟลด์ยังฟาดหางมาที่การทดลองชุดใหม่บนอินเทอร์เน็ตด้วยว่า การใช้อีเมล์นี่พลาดประเด็นสำคัญไป เพราะถ้ามองทั้งโลกจริง ๆ แล้ว แม้จะมีคนใช้คอมพิวเตอร์มาก แต่กลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้และการศึกษาในระดับที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะคนที่มีรายได้น้อย หรือคนที่ด้อยโอกาสก็จะไม่มีทางได้รับการติดต่อโดยอีเมล์ เธอยังหยิกแถมด้วยว่า “ดิฉันคิดว่า พวกนักวิทยาศาสตร์นี่อยู่ในโลกแคบ (ของตนเอง) จริง ๆ”
ได้ฟังความคิดของฝรั่งมาพอสมควรแล้ว คุณผู้อ่านล่ะครับคิดว่า คุณกับผมอยู่ห่างกันกี่ช่วง?
*ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ คลื่นความคิด นิตยสารสารคดี


แนะนำขุมทรัพย์ทางปัญญา
ขอแนะนำบทความ ‘Six Degrees’ Theory Faces New Scientific Inquiry ที่ http://www.newhouse.com/archive/story1a041902.html และบทความ Six Degrees of Speculation ใน DISCOVER Vol.2 No.6 (June 2002) และถ้าสนใจประวัติและผลงานของ Stanley Milgram ในแง่มุมอื่น ๆ ก็ลองไปที่ http://www.stanleymilgram.com ส่วนใครที่อยากลองของ มีส่วนร่วมในโครงการโลกใบเล็ก ก็ลองไปลงทะเบียนได้ที่ http://smallworld.sociology.columbia.edu

เขาว่ากันว่า "โลกกลม" ตอนที่ 3

 

 ในปี คริสตศักราชที่ 1929 นักเขียนชื่อ Frigyes Karinthy จินตนาการไว้ในเรื่องสั้นว่า ถ้าเราสุ่มใครก็ได้ในโลกขึ้นมาสองคน จะพบว่าสองคนนี้ อยู่ห่างกันไม่เกินห้าช่วง
 เช่น นาย A อยู่ประเทศฝรั่งเศส นาย ก. อยู่ประเทศไทย
 อาจเป็นไปได้ว่า
 นาย A รู้จักกับนาย B ที่เป็นชาวออสเตรเลีย ซึ่งเคยมาทำงานที่มาเลเซีย และได้รู้จักกับนาย C ซึ่งเป็นชาวมาเลย์เซีย
 ส่วนนาย C เคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วเคยพบกับนาย ข. ซึ่งเป็นเพื่อนนาย ก.
 ลักษณะนี้เรียกว่า นาย A และ นาย ก. มีคนเป็นสะพานคั่นอยู่แค่สามทอดคือนาย B นาย C และนาย ข.

หน้าที่ 1 - ปรากฏการณ์ โลกใบเล็ก : ที่มา จาก วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)

update ครั้งสุดท้ายเมื่อ 07:00 วันที่ 1 มกราคม 2513

คนทั้งโลกรู้จักกันไม่เกิน 6 ช่วง ... จริงหรือ?
คุณผู้อ่านเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ไหมครับ?
“เฮ้ย! จำผมได้รึเปล่า ...ผม ‘ช้าง’ ไง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ... นี่แฟนผมเอง ชื่อ ‘หน่อย’ ...” พอคุยไปคุยมาสักพัก คุณก็พบว่า คุณหน่อยแฟนของเพื่อนคุณที่มาเจอกันโดยบังเอิญนั้น กลับกลายเป็นญาติห่าง ๆ ทางฝ่ายคุณแม่ของคุณเอง!
พอรู้อย่างนี้เข้าทั้งคุณและเพื่อนก็อาจจะเปรยขึ้นมาว่า แหม! โลกมันกลมจริง ๆ วนไปเวียนมากลับมาเกี่ยวดองกันหมดได้ ... แต่คุณก็อาจจะไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า กลับไปเล่าให้ที่บ้านฟังว่า ตอนนี้เพื่อนเก่าของคุณดันกลายเป็นญาติคุณไปเรียบร้อยแล้ว
แต่เหตุการณ์ที่เราเรียกว่า ‘โลกมันกลม’ นี่ล่ะครับ ที่มีบางคนสนใจกันจริง ๆ จัง ๆ แถมตั้งชื่อให้เสร็จสรรพคล้าย ๆ กับชื่อคอลัมน์ของ บก.วันชัย ตัน ว่า ปรากฏการณ์โลกใบเล็ก (Small World Phenomenon) หรือ ปริศนาโลกใบเล็ก (Small World Problem)
ในปี ค.ศ.1929 (พ.ศ.2472 หรือ 3 ปีก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในบ้านเรา) มีนักเขียนชาวฮังกาเรียนคนหนึ่งชื่อ Frigyes Karinthy ได้จินตนาการไว้ในเรื่องสั้นของเขาว่า ถ้าสุ่มใครก็ได้ในโลกนี้ขึ้นมา 2 คน จะพบว่าคน 2 คนนี้จะอยู่ห่างกันไม่เกิน 5 ช่วงของการเช็คแฮนด์ เช่น ระหว่างนาย A อยู่ในฮังการี กับ นาย ก. อยู่เมืองไทยนั้น จะเป็นไปได้ว่า นาย A รู้จักกับนาย B ชาวอังกฤษซึ่งเคยเดินทางมาฮ่องกงและรู้จักกับนาย C ชาวฮ่องกง ส่วนนาย C นั้นเคยมาเที่ยวเมืองไทย และเคยมาพบกับนาย ข . เพื่อนของนาย ก. อีกที อะไรทำนองนี้
อย่างนี้เรียกว่า ระหว่างนาย A และ นาย ก. มีคนเป็นสะพานคั่นอยู่แค่ 3 ทอด เท่านั้น คือ นาย B, นาย C และนาย ข.
เวลาผ่านไปอีกราว 30 ปี คือ ในราวทศวรรษที่ 1960 ถึงได้มีนักวิชาการเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือ นักรัฐศาสตร์ของ MIT ชื่อ Ithiel de Sola Pool และนักคณิตศาสตร์ของ IBM ชื่อ Manfred Kochen ซึ่งได้ลองคำนวณปัญหาในทำนองเดียวกันนี้ และพบว่า ระหว่างคน 2 คน ใด ๆ ในโลก จะมีคนอื่นที่รู้จัก 2 คนนี้เชื่อมโยงกันเป็นทอด ๆ โดยเฉลี่ยแค่ 3 คนเท่านั้น!

แต่ระยะห่างแค่ 3 นี่มันช่างน้อยจนน่าสงสัยเสียจริง! เรื่องนี้ทำให้ สแตนเลย์ มิลแกรม (Stanley Milgram) นักจิตวิทยาสังคมของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สงสัยเป็นอย่างยิ่ง และด้วยความที่เป็นนักทดลอง มิลแกรมจึงได้คิดวิธีการทดสอบขึ้นเอง โดยเขาได้สุ่มชื่อของคนในรัฐแคนซัสและเนบราสกา ราว 300 คน และขอให้คนกลุ่มนี้ส่งต่อเอกสารไปยัง ‘เป้าหมาย’ ซึ่งเป็นคนที่อาศัยในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยในการส่งนั้น ‘ผู้เริ่มส่ง’ จะส่งเอกสารนี้ไปยัง ‘คนกลาง’ ที่เขารู้จักซึ่งเขาคิดว่าน่าจะส่งเอกสารต่อไปยังเป้าหมาย (ที่เขาไม่รู้จัก) ได้ใกล้เคียงกว่า
มิลแกรมรายงานว่า จำนวนคนกลางในการส่งเอกสารต่อเป็นทอด ๆ จนภารกิจเสร็จสิ้นนั้นมีค่าเฉลี่ยประมาณ 6 เท่านั้น ... นี่คือ ที่มาของคำว่า Six Degrees of Separation ซึ่งเสนอแนวคิดว่า คน 2 คน ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ท่านประธานาธิบดีจนถึงเด็กตัวเล็ก ๆ จะมีคนที่รู้จักกันเชื่อมเป็นทอด ๆ ไม่เกิน 6 ช่วง!

 

undefined

Cargando...